สาว
บีม-พรรณวรินทร์ ศรีสวัสดิ์ ไม่อยากถูกมองว่าเอาอาการป่วยของพ่อ
ดี๋ ดอกมะดัน มาหากิน รีบออกมาประกาศขอชะลอถ่ายวีซีดี
“Club F” ต่อจากอัลบั้มของ สา-มาริสา ไปก่อน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่พร้อมและไม่อยากถูกมองในแง่ลบ แม้จะต้องใช้เงินก้อนโตในการรักษาอาการป่วยของคุณพ่อดี๋ให้หายเป็นปกติก็ตามและขอเวลาฟิสหุ่นให้เฟิร์มกว่านี้อีกสักหน่อย รับรองแฟนๆ ได้เห็นเธอในอีกรูปแบบสาวเซ็กซี่เต็มพิกัดอย่างแน่นอน
“ตอนนี้บอกตรงๆ เลยว่ายังไม่พร้อม เพราะต้องดูแลคุณพ่อ บีมคิดว่าคงไม่ใช่เวลาเหมาะที่จะไปทำงานถ่ายแฟชั่นหรือวีซีดี อีกอย่างหนึ่งเหมือนช่วงนี้ดูแลคุณพ่อมากไปเลยไม่ได้ดูแลตัวเองก็อาจจะผอมลงไป พี่เก๋ก็บ่นว่าผอมลง ก็เลยรู้สึกว่าไม่พร้อมที่จะถ่าย แต่ถ้าคุณพ่อสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วหรือมีคนมาดูแลคุณพ่อหรืออาการคุณพ่อคงที่ไมมีอะไรน่าเป็นห่วงก็คงจะทำได้ แต่ตอนนี้ก็เริ่มออกมาทำงานบ้างแล้ว อยากจะทำให้ตัวเองพร้อมก่อน ต้องดูแลเรื่องหน้าตา ผิวพรรณให้โอเคก่อนถึงจะถ่ายค่ะ”
เธอยังกล่าวต่อว่าถ้าทำวีซีดีออกมาตอนนี้ เชื่อแน่ว่าหลายคนจะมองเธอในแง่ลบไปทันที
“ตอนนี้ถ้าออกมาก็คงมีข่าวในแง่ลบแน่นอน หรือบางคนอาจจะคิดว่าถ่ายเพราะว่าพ่อป่วยต้องใช้เงิน หรือมองว่า เฮ้ย! พ่อป่วยยังจะลุกมาทำงานถ่ายแบบยังงี้อีกเหรอ ก็เซฟไว้เลยดีกว่า คือโปรเจ็คนี้เอาไว้ก่อนละกัน แต่ถามว่าตอนนี้บีมเดือดร้อนเรื่องเงินทองหรือเปล่า ไม่ได้เดือดร้อนอะไรขนาดที่จะต้องทำงานไม่คิดอะไรแล้ว ชั้นต้องการเงินอย่างเดียว แต่ถามว่าตอนนี้ต้องการทำงานหาเงินมั้ย...ต้องการทำอย่างมาก เพราะไม่รู้อนาคตจะยังไงบ้าง ต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ คือบีมต้องวางรากฐานเก็บเงินไว้เยอะๆ มากๆ เหมือนกัน เพราะก็ไม่รู้ว่าคุณพ่อจะป่วยขนาดไหนแล้วต้องใช้จ่ายอะไรบ้างในระยะยาว ก็ค่อนข้างต้องทำงานเก็บเงินเยอะๆ ไม่ใช่เพื่อตัวเราเองคนเดียว แต่เราต้องดูแลครอบครัว ดูคุณย่าและแม่”
“ถามว่าหนักไปมั้ยคือก่อนหน้านี้บีมก็ไม่ใช่เป็นลูกสาวที่แบมือขอเงินพ่อยู่แล้ว ก็คือดูแลตัวเองมาสักพักแล้ว ตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัย แต่เหมือนว่าเราดูแลแค่ตัวเราเองกับน้องสาว ซื้อรถเอง ผ่อนเอง จ่ายค่าโทรศัพท์ จ่ายค่าชีวิตประจำวันไม่ได้ขอเงินคุณพ่อ แต่ตอนนี้อาจจะรับผิดชอบมากขึ้นก็คือต้องนึกถึงคุณย่าคุณแม่ คุณพ่อป่วยจะต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่ จะมีคนมาช่วยงานขนาดไหน สุดท้ายก็เป็นหน้าที่ลูกที่ต้องดูแล”
เมื่อถามถึงอาการป่วยของพ่อดี๋ว่าเป็นยังไงบ้าง สาวบีมตอบด้วยน้ำเสียงสดใสขึ้นทันทีว่า
“ตอนนี้คุณพ่อก็ดีขึ้นทีละนิดๆ โดยรวมๆ ก็เรียกว่าทรงๆ ขยับหน้า บิดขี้เกียจ หาว กระพริบตา กำมือเราได้ แต่ไม่แน่ใจว่าเขารู้หรือเปล่าว่าเราบอกให้เขากำ คุณหมอบอกว่าพยายามคุยกับคุณพ่อมากๆ ตอนนี้ก็มีกำลังใจดีตลอด บีมว่าคนเรามีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง ก็มีหวังอยู่ตลอด แต่เราก็ไม่ได้เพ้อฝันว่าเขาต้องลุกขึ้นมาวิ่งได้ ไม่ได้ฝันไว้ไกลขนาดนั้น ขอแค่ให้เขาฟื้นขึ้นมาแล้วช่วยเหลือตัวเองได้ก็โอเคแล้วค่ะ”
แนวหน้า