"ยูบีซี" ปลดกะทันหันช่องดนตรี "เอ็มทีวี" และ "VH1" แจงเหตุผลแบบอึมครึมอ้างพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปต้องการรายการสารคดีและเพลงสากลมากขึ้นแต่ก็ยังทำช่องเพลงเหมือนเดิม คาดอาจจะมีปัญหาเรื่องของสมาชิกแน่ ขณะที่ผู้บริหารเอ็มทีวีไทยแลนด์ฯ เตรียมแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียด
ออกอากาศสร้างความบันเทิงทางด้านเสียงเพลงมานานกว่า 5 ปี ผ่านเคเบิ้ลทีวียูบีซีช่อง 32 ล่าสุดทางยูบีซีก็สร้างเรื่องช็อกวงการด้วยการสั่งปลดช่องเพลง "เอ็มทีวี" (ไทยเลนด์) และ "VH1" ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา(31 ต.ค.)พร้อมนำเอามิวสิกวิดีโอมาออกอากาศแทนโดยแจ้งผ่านหน้าจอทีวีว่ากำลังอยู่ในช่วงของการทดลองออกอากาศ และขึ้นตัววิ่งด้านล่างว่า เตรียมพบกับช่องดนตรีแนวใหม่ เต็มรูปแบบ ที่นี่ เร็วๆ นี้...
ทั้งนี้มีรายงานว่า การถอดช่องเอ็มทีวีรวมถึง VH1 ที่ค่อนข้างจะกะทันหันในครั้งนี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้บริหารของเอ็มทีวีฯ เป็นอย่างยิ่ง รวมถึงในส่วนของพนักงานเองหลายต่อหลายคนก็ไม่ทราบเรื่องมาก่อน โดยในช่วงบ่ายของวันนี้(1พ.ย.) สมิทธิ เพียรเลิศ ที่เพิ่งจะเข้ามารับหน้าตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปให้กับ เอ็มทีวี แอนด์ วีเอชวัน ประเทศไทย รวมถึงผู้บริหารคนอื่นๆ จะจัดแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดต่อเรื่องที่เกิดขึ้น
ขณะที่ในส่วนของผู้บริหารของยูบีซีเองได้มีจดหมายชี้แจงถึงเหตุผลของการสั่งปลดช่องเอ็มทีวีและ VH1 ในครั้งนี้ว่า เป็นเพราะจากการสำรวจข้อมูลพบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นได้มีการเปลี่ยนไปแล้ว ทางยูบีซีเองจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวรายการเพื่อให้สอดคล้องต่อพฤติกรรมดังกล่าว
"จากข้อมูลเราพบว่าปัจจุบันความนิยมของผู้ชมรายการนั้นเปลี่ยนไป มีการเลือกชมรายการประเภทสารคดีและเพลงไทยสากลเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ต้องมีการปรับเพิ่มช่องใหม่และลดช่องเดิมที่มีอยู่เพื่อความเหมาะสม โดยที่ผ่านมายูบีซี ทรู ได้เพิ่มการให้บริการใหม่ถึง 7 ช่อง ได้แก่ ช่องสารคดีพากย์ไทย 24 ชั่วโมง 3 ช่อง คือเอ็กซ์โพเลอร์ 1 2 3 ช่อง มูวี ฮิตซ์ ภาพยนตร์สุดฮิตระดับบล็อกบัสเตอร์พากย์ไทย 24 ชั่วโมง 1 ช่อง ช่องเพลงไทยสากล 2 ช่อง คือมะจัง และทรู มิวสิก รวมถึงช่องเกมส์ จี แสควร์ ในขณะเดียวกันได้มีการสำรองช่องสัญญาณเพื่อรองรับการเพิ่มช่องใหม่ในอันดับต่อไป จึงได้พิจารณายุติการออกอากาศช่องเอ็มทีวีและวีเอชวัน"
อย่างไรก็ตาม แม้ยูบีซีเองจะชี้แจงว่าเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการรายการที่มีสาระมากขึ้น ทว่าก็เป็นที่น่าสังเกตว่ามีแนวโน้มที่ทางยูบีซีเองก็ยังคงนำช่องเอ็มทีวีมาทำเป็นช่องเพลงดังเดิม นอกจากนี้การสั่งยุติช่องเอ็มทีวีในครั้งนี้ทางยูบีซีก็มิได้แจ้งต่อบรรดาสมาชิกแต่อย่างไรกระทั่งทำให้สมาชิกบางส่วนที่ซื้อแพคเกจในราคาที่แพงขึ้นเพราะต้องการช่องเพลงช่องนี้รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในเรื่องนี้ทางยูบีซีเองก็ไม่ได้ชี้แจงในรายละเอียดเช่นกัน
"เขาจะเปลี่ยนรายการอะไรเขาก็ไม่เห็นแจ้งนะ มีแต่แจ้งในจอว่าจะเอาอะไรมาเป็นลักษณะฟิวเจอร์โปรแกรม คืออนาคตจะได้ดูอะไรเดี๋ยวจะเอามาให้ดูเอง ไม่เคยได้หนังสืออะไรเลย หมดรายการนั้นไปก็จะถูกตัดไปเลย ก็อยากให้ทำอะไรชี้แจงบ้าง ทำหนังสือมาบอกบ้างว่าเอารายการอะไรออกไป จะได้ดูอะไรอย่างไร เพราะเสียเงินไปแล้ว แล้วก็ไม่เห็นทางยูบีซีบอกเลยว่าถ้าตัดช่องเอ็มทีมีออกไปแล้วคนที่เขาซื้อแพคเกจไปในราคาแพงๆ เพราะต้องการช่องนี้ เพราะมันมีช่องนี้รวมอยู่ด้วยจะทำอย่างไร จะมีการปรับราคากันใหม่หรือเปล่า?" แหล่งข่าวที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของยูบีซีเผย
เอ็มทีวี ไทยแลนด์ เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 มีกลุ่มผู้ชมหลักอายุ 15-24 ปี ผลิตรายการทั้งหมด 25 รายการ เน้นไลฟ์สไตล์ของเด็กวัยรุ่น มีเนื้อหา เกี่ยวกับ เพลง หนัง แฟชั่น รวมถึงรายการสด ผ่านช่องยูบีซี 32 ปัจจุบันเอ็มทีวีจะเน้นการเปิดเพลงไทยเเละเอเชียเป็นหลักพร้อมกับโยกเอาเพลงสากลไปที่ช่อง VH1 ซึ่งเป็นช่องลูกข่ายแทน โดยมีวีเจที่เป็นที่รู้จักกันดีอาทิ วีเจชมพูนุช เศวตวงศ์ (Alex), การณิก ทองเปี่ยม (นิกกี้), แอนนี่ ทรัพย์เสริมศรี (แอนนี่), ภูมิใจ ตั้งสง่า (ภูมิ),เจนสุดา ปานโต (เจน), เจน ศรีประยูร (แวว), ณัฐพล ลียะวนิช (ต่าย), จอห์น เดล คาสติลโล (จอห์น) และ ศุภกานต์ ปลอดภัย (เจ)
โดย ผู้จัดการออนไลน์